วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2550

อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามี....(ปาปิก้า)

โย่วววววววววว...............................
ได้ของแถมจากวิชา comdesign 5 ด้วย ขอบคุณอาจารย์ด้วยฮะ
http://www.photoclub-bu.com/pr/One%20Moment%20In%20Time.html

บรรยากาศ Final SeQuence

Exhition

SEQUENCE finish

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2550

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2550

okoooko โอโก...โกโกะ


sesan mahanakorn

night light

ลองใหม่ ถ่ายแม้กระทั่งที่ห้ามถ่าย

หลังจากคำแนะนำที่ได้มาเลยกลับไปถ่ายอีกแล้วนำภาพทั้งหมดมาดู แล้วเกิดสนใจภาพที่ตั่งแต่ ผมหลับไปก็พยายามหยิบกล้องขึ้นมากดถ่าย แล้วภาพไฟในห้องก็เกิดเป็นเส้นทางเป็นภาพต่างๆๆนา
จึงกลับไปถ่ายอีกถ่ายไปต่างๆๆแล้วจะนำไฟต่างๆเหล่านั้นมาทำเป็นรูป วิวกรุงเทพ ตอนกลางคืน

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550

สานต่อโครงการ 2.1






จะนำภาพทั้งหมดนี้ มาเล่าลำดับ ซีเคว้นการ ถ่าย ภาพ

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2550

ฮา ฮา.....ฮา เป็ดกลับมาแว้ววววววว



พอก้าวเท้าเหยีบหัวหินทั่นั่นและ ได้ยินรถขายผักดังลั่นเลย ว่า หัวหอมมั้ยพี่ ทำหยุดคิดว่าเออแล้วหัวเราหอมมั้ย...... เออเมื่อวานก็ไม่ได้สระผมนี่ว่า แต่ก้อคงจะหอมละน่า เอาแล้ว(เชื่อมั่นในยาสระผม อย่างแรง)
การไปเที่ยวทะเลที่หัวหินสิ่งที่พลาดหรือจะเรียกว่าโงที่สุดก็ว่าได้ คือ หาหาดทรายที่จะเล่นน้ำไม่เจอ 555
จนวันที่จะกลับถาม ป้าว่า " ป้าหัวหินนี่เค้ามีหาดทรายปะ "
ป้า, ป้ามองหน้ากลับอย่างงง แล้วบอกว่าที่เมื่อคืนบอกไปไง
พวกซื่อ, อ้าวป่าเจอแต่ศาลเจ้า
ป้า, แล้วเอ็งเดินต่อไปปะละ
พวกซื่อ, เออ ป่าว นั่นและเดินต่อก็ถึงแล้ว
--- อีก 3 ชั่วโมงก่อนกลับ พึงจะเจอหาดทราย ---

ทริปไปหัวหินทำให้เข้าใจหัวอก เด็กแว้น อย่างถ่องแท้ว่าทำมันพวกเค้าถึงขับกันเป็นกลุ่มและขับกันแบบ วิ้นๆ
แบบนั้นก็มันอีกหนทางหนึ่งของความเปรมขณะที่ eggติดถังหลังติดนม แต่แทนที่จะหันไปเจอ สาว ดันนนนนนน
ไปเจอหนวดเฟริมมาแต่ไกลเลย ........( ไปนอนก่อนนะวิไหวแล้ว )

หัวหินถิ่นหัวหอม ตามแบบฉบับคนบื้อๆๆ

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2550

ขอลาพักร้อนนนนนนนน ซักกะติ๊ป

ใครจะไป หัวหิน บ้างไหม ออกเดินทางพรุ้งนี้ .....ทริปประหยัด.....ไปแบบรถไฟแล้วไปหาที่พักนอนดูท้องฟ้าที่มีดาวระยิบระยับหัวหินพร้อมกลับได้ยินเสียงคลื่นค่อยๆพัดเข้ามากระทบชายฝั่ง นั่งจิบน้ำสีเหลืองๆพร้อมกับสูดดมบรรยากาศรอบบข้าง ....โอ้ว.... ไม่มีอะไรจะเปรมกว่านี้อีกแล้วเคยได้ยินมั้ย " แค่ยืนก็เปรมแล้ว " ใครสนใจร่วมทริปไปหัวหินด้วยกันติดต่อ หมี หมู เป็ด ต๊ะ เรารอเพื่อนๆที่จะไปนอนดูดาวกัน ก่อนกลับมาลุยงานใหม่ สู้ๆๆ

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2550

ฮุยเลยฮุย

ช่วงนี้อากาศอืมครึมเลยส่งผลให้สมองตื้อๆบื้อๆอื้อๆปื้อๆ(พอแล้ว)
ด้วยเหตุประการนี้แลยส่งผลให้ตัดสินใจไปว่า ทำไปและ
ทั้ง 2 โครงการเลย

-โครงการที่ 1
ถ่ายภาพสถานที่ต่างๆนึงด้วยค่าแสงที่ต่างกันตั่งแต่สว่างจนไป
มืดสนิด แล้วนำมาผูกเรื่องเข้าด้วยกันละ
โดยจะนำภาพทั้งหมดมาเรื่ยงต่อกัน

-โครงการที่ 2
จะนำภาพที่ถ่ายตามเสียงของนาฬิกาปลุกทุกชั่วโมงขณะมีสติ
แล้วนะนำภาพเหล่านั้นมาเล่าถึง ลำดับซีเคว้นการถ่ายภาพ

...........................................
สุดท้ายนี้
ไม่มีฝันไหนเกินใจเรา ฉลามบุก!

โครงการ 2.1

โครงการนี้จะนำภาพทั้งหมดที่ถ่ายมาเล่า ลำดับซีเคว้นของการถ่ายภาพ
ก่อนอื่นต้องสำหรวจก่อนว่า ซีเคว้นของการถ่ายภาพโดยส่วนรวมนั้น
เค้าอย่างไงกัน เพื่อจะได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน.........
....................................................
นำภาพที่ถ่ายทั้งหมดมาเล่า ซีเคว้นของการถ่ายภาพ อะฮ้า

กลับไปดู ความบังเอิญ



ไต๋กงแนะนำมาว่าถ้าคิดว่าความบังเอิญเป็นแลนด้อมก็หาข้อกำหนดให้มันสิจะได้ไม่เป็นแลนด้อม
อืม น่า คิด งั้นต้องกำหนดการถ่ายรูปไว้ด้วยอะไรซักอย่าง ทุกครั้งที่นาฬิการ้องทุก 1 ซั้วโมง
(ในขณะที่รู้ตัวนะใน 3 วัน กล้องจะแขนอยู่ที่คอ โนเล็งภาพ )

โครงการ 1.2


......................
ถ้านำมาเรี่ยงต่อกัน
......................

......................
ถ้านำมาเรี่ยงต่อกัน
......................
......................
สีแดง หมายถึง เลือด
สีขาว หมายถึง ศาสนา
สีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์

เอาแล้วงานเข้าแล้ว........
จะใช้ภาพอะไรแทน เลือด ศาสนา พระมหากษัตริย์
ซึ่งสีต้องออกมาให้ได้หรือใกล้เคียงกับธงชาติด้วย ว้าว

สานต่อ โครงการ 1.1

แล้วถ้าเราถ่ายภาพๆนึงด้วยค่าแสงที่ต่างกันตั่งแต่สว่างจนไป
มืดสนิด แล้วนำมาผูกเรื่องเข้าด้วยกันละ
..... โป๊ะเชะ! ..............................

วันก่อนเจอไต๋กงเรือมาส่งคนขึ้นบกอีกเยอะเลย เลยแวะไปถามปัญหากับไต๋กง
ก็ได้คำแนะนำว่า อยากทำไรทำเลย เอางั้น ลุยเลยละกาน
(อันนี้ชอบส่วนตัว)ถ่ายภาพสถานที่ต่างๆนึงด้วยค่าแสงที่ต่างกันตั่งแต่สว่างจนไป
มืดสนิด แล้วนำมาผูกเรื่องเข้าด้วยกันละ โดยจะนำภาพทั้งหมดมาเรื่ยงต่อกัน
..............................................
พอทั้งหมดมารวมกันน่าจะเกิดอะไรซักอย่าง น้า ........

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2550

ลองเล่นกับหลักการการถ่ายภาพ



โดยธรรมดาเราจะถ่ายภาพอยู่ที่ค่าแสงที่พอดี แต่ถ่าเราถ่ายในค่าแสงต่างๆๆ และ จะให้อามารณ์ความรู้สึกอย่างๆไร

ปลอดปล่อย อารมณ์ ให้มันถ่ายเอง



...................................................
เป็นการจัดการเปลี่บยแปลงกับซีเควันการถ่ายรูปแบบใหม่ โดยยืมระบบแลนด้อมเขามามีส่วนร่วมด้วย

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2550

พยายามก้าวจะขาออกมาจาก เขาวงกต.......



.....................................................

ถ้าเกิดซีเคว้นการถ่ายภาพของผมต้องอาศั้ยความบังเอิญเข้ามามีส่วนสัมพันธ์
ภาพนี้
ก็จะไม่ใช่เพราะภาพนี้เกิดจากซีเคว้นที่ผมต้องการ
เพราะตอนแรกกะถ่ายดวงไฟตอนกลางคืน แต่ยังไม่ได้กดถ่ายเพียงแค่ยกกล้องขึ้นมาเล็งแล้วอยู่ๆมันก็ถ่ายของมันเอง ( แบบนี้ก็ไม่ใช่ความบังเอิญ สิเพราะมีแรงบัลดาลใจที่จะต้องการการถ่ายดวงไฟก่อน )

....................................................

งั้นจะถ่ายภาพอย่างไรให้เกิดความบัเอิญ
...ต้องไม่จับกล้อง
...ต้องไม่ไปสังการให้มันกดวัดเตอร์มัน
...ต้องปล่อยไปตามแรงดึงดูดโลกที่มันควรจะเป็น
......................................................

รู้สึกว่ากำลังเดินอยู่ในเขาวงกต.........?

วั้นนี้ลองเอา โปรเจคที่ว่าเปลี่ยนแปลงซีเคว้นของการถ่ายภาพ โดยอาศั้ยการบังเอิญเป็นการกดซัดเตอร์แทนเรา ปั้ง!!! โดนเพื่อนๆยิงว่ามันไม่ใช่ชีเคว้นนะมันเป็นRandom (เอาแล้วไงเออเนอะ หรือว่า...)แต่ก้อมีบางฝ่าย
ว่ามันก็เป็น ซีเคว้น นเพราะเราไปเปลี่ยนแปลงกระบวนการถ่ายภาพที่ต้องมีแรงจูงใจเข้ามาก่อน (ไอ้นี่พูเข้าท่า นะ55)การมี่มาคุยกะเพื่อนก็ได้รับความคิดที่นอกเหนือจากเราเพียบ (แต่บางครั้งก็ทำให้งงกว่าเดืม แต่ก็เอาแล้วจะได้มึนๆๆ) งั้น
...............................................................

random [ ADJ ] โดยการสุ่ม
random [ ADJ ] ซึ่งไม่มีแบบแผน [ Related ]ตามอำเภอใจ [ Syn ]haphazard

unexpectedly [ ADV ] อย่างปุบปับ
[ Related ]อย่างไม่คาดฝัน, อย่างน่าประหลาดใจ [ Syn ]unforeseen;surprising;unanticipated

................................................................

ผมว่ามันอยู่ใกล้กันนิดเดียวแบบว่า เส้นยาแดงผ่า7.9999999999 แนะ

แลนด้อม เหมือนว่าเราสุ่มเพื่อที่จะให้ได้สิ่งที่เราเลือก
แต่ว่า.............
บังเอิญเนี่ย มันเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นเอง เราไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดอ่า

แลนด้อม เหมือนว่าเราต้องเลือก แล้วเราเลย แลนด้อมเพื่อให้ได้สิ่งนั้น

......งั้น.......

งานถ่ายภาพของผมจะเป็น ซีเคว้นที่มีการ แลนด้อม เข้ามามีส่วนสัมพันณ์
นึกไปนึกมาชักรู้สึกแปลกๆๆ ลองก่อนแล้วกัน ...........

วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2550

แบบ ไม่คิดอะไร

ถ่ายซีเค้วนของการถ่ายภาพเปลี่ยนแปลงไปเป็น แบบไม่คิดอะไร ในการถ่ายภาพ ( ถ้าเราไม่ได้คิดอะไรในตอนถ่ายภาพ เรา ก็ต้องไม่จับกล้อง ไม่ถือกล้อง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับมัน )อยู่ดีดีมันก้อถ่ายของมันเองด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่เราต้องไม่ใช่คนส่งการให้มันถ่าย

................................................
บังเอิญ ว. ที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวหรือไม่คาดหมาย, เผอิญ.
................................................
บังเอิญ [ADV] unexpectedly, See also: by chance; by accident; accidentally, Syn. เผอิญ, โดยบังเอิญ, นึกไม่ถึง, Ant. โดยตั้งใจ, จงใจ, Example: เขาพบเธอโดยบังเอิญที่ร้านหนังสือ, Thai definition: ที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวหรือไม่คาดหมาย
................................................

ปรึกษา

วั้นนี้ได้ไปเซ็คชื่อที่สมาคมแฟนต้า มาช่วงเย็นเลยเปิดประเด็นเรื่อง ถ้าเกิดเราจะถ่ายภาพโดยไม่คำนึงถึงซีเคว้นการถ่ายภาพ ก็... ทุกครั้งที่กดซัดเตอร์ถ่ายภาพ มันต้องมีอะไรซักอย่างและ เราถึงต้อง จับ กล้องขึ้นนมาถ่าย และจะคิดถึงเรื่องแสง เรื่ององค์ประกอบ การถ่ายทอดเรื่องราวของภาพ ต่างๆๆ นานา แต่ถ้าเราไม่คำนึงถึงซีเคว้นการถ่ายภาพล่ะ คือ ไม่ได้คิดว่าจะถ่ายภาพละ

รูปแบบ ซีเคว้น


........................... ต่อ ต่อ

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ขึ้นฝั่งแล้ว.......เริ่มกันใหม่

หลังจากที่ได้อยุ่กลางทะเลที่เคว้งคว้างบนเรือไดปลาหมึกมาระยะใหญ่ตกปลาหมึกได้ 2-3 ตัว เริ่มรู้สึกว่า ความกลัว
มันน่ากลัวสมชื่อจริงๆ มั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนจับต้องไม่ได้ สุดท้ายงานผมเลยจับต้องไม่ได้เป็นความกลัวสมชื่อจริงๆ
(พอ พอ แล้วว )

ก้าวแรกบนฝั่งนั้นเห็น ซีเคว้น มาแต่ไกลเลยแต่ความนี่ดีเลยเพราะไต๋กงคนที่ช่วยไม่ให้ตกเรือ แถมยังบอกจุดเริ่มของแผนที่บนบกด้วย ทั้งที่มันอยู่ใกล้ตัวแท้ๆแต่นไม่นำมาทำงาน

คนส่วนใหญ่รวมทั้งผมเองนั่นทุกทั้งที่ถ่ายภาพจะต้องมีซักอย่างที่เราเห็นแล้วเกิดแรงดึงดูด มีความชอบส่วนตัว
มันมีความหมาย หรืออะไรต่างๆนาน พอเราพบสิ่งที่เป็นแรงจูงใจแล้วเราก็จะหยิบกล้องขึ้นมาแล้ว ปรับโน่น ปรับนี่ ตามแต่กล้องของแต่และรุ่น แล้วก็ถ่ายถ้าเป็นดิจิตอลก็ดูว่าชอบมั้ยถูกใจป่าว ถ้ายังไม่โดนก็ถ่ายใหม่ ส่วนผมก่อนถ่าย
จะคิดไว้ว่าต้องการให้ภาพออกมาเป็นอย่างไง แล้วก็จะพยายมถ่ายใหม่ใกล้เคียงกับภาพที่เราคิดไว้ และคิดเผื่อไป
ถึง การแต่งภาพว่าเราควรถ่ายอย่างไงให้เราแต่งภาพได้อย่างที่เราต้องการ

แต่ถ้า ซีเคว้น ของการถ่ายรูปเปลี่ยนไปละ ................................................
........................................................... ติดตามต่อฉบับหน้า ก้าบ

ไต๋กงเรือ ..............ช่วยไว้ได้

วันนี้ตั้งแต่เช้า แล้วรู้สึกปะแล่มปะแล่ม งานที่ทำมาทั้งคืนก้อโหลดไม่ได้ เตรียมใจไว้แต่แรกแล้วว่าวันนี้คง ต้องสละเรือไดหมึกแล้ว แต่ทันใดนั้น เหมือนฟ้ายังมีดาว ประเทศลาวยังมีข้าวเหนียว ในกระทะมีไข่เจียว ใน blog ช้านมีแต่ รูป

รูปที่ถ่ายมาได้เกิด ปฏิหาร ยิ่งกว่า จาตุคาม แถวท่าช้างอีก อาจารย์ เล็งเห็นและชื้แนวทางการคิดใหม่ ( สรุปความกลัวที่ปล้ำกันมาตั่งแต่ออกเรือไปไดปลาหมึก ต้องโยนทิ้งทะเลไป แถมไต๋กงเรือยังช่วยเกี่ยวตัว ไม่ให้ตกทะเลยอีก
ถ้าไต๋กงไม่เกี่ยวไว้ อีกไม่นานคงโคนคลื่นพลัดตกเรื่อยอยุ่ดีอะ ก้อดีแล้วละเพราะเริ่มรู้สึกทำไปเรื่อยๆมันตันๆๆไงก้อไม่รู้ ไอ้ความกลัวเนี่ย มันจับต้องไม่ได้ จิงๆๆ )

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

อา .......... ซีเคว้นโครงการ 2

โครงการแรกเรื่องซีเคว้นของความกลัวทำไปทำมาเริ่มรู้สึกทะแม่งทะแม่ง ทำไปทำ เริ่มไม่ใช่ละ เรากำลังเข้าใจผิดแน่เลย ท่าทางคงอาจโดนไต๋กงเรีอถีบตกทะเล เป็นแน่แท้
ละแล้วก็ได้พบกับ ไอเดีย ของซีเคว้น ที่เกี่ยวกับข้อต่อของการเดิน เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ทำมันทั้ง 2 อันเนี่ย และ (แต่เราจะไหวไม้น้า)

ซีเคว้นข้อต่อการเดิน


เมื่อวานได้คุยกับพี่สาวตัวเอง(ที่อยู่บ้านเดียวกีนแต่ไม่ได้เจอกันเท่าไหร่)ถามถึงเรื่อง ซีเคว้นของการเดินที่มีการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน แล้วถ้าเกิดซีเคว้นของการเดินเกิดการเปลี่ยนแปลงไปละ ถ้าลำดับมันถูกเปลี่ยน หรือ มันขาดหายไปบางช่วง จะยังทำให้การเดินนันนั้นสมบูรณ์อยู่หรือป่าว
ผลพลอยได้
พี่บอกว่า ถ้าเกิดเราจัดลำดับซีเคว้นใหม่ หลังจากที่เห็นความผิดปรกติของซีเคว้นเดิมแล้ว ลักษณะท่าทางการเดินที่
เราได้จัดลำดับใหม่ นั้นจะเป็นต้นแบบในการออกแบบท่าทางให้ผู้ป่าวได้กายภาพบำบัดกันเพื่อฟื้นฟูร่างกายผู้ป่ายเอง

โครงการ 2 อ่า



เริ่มละน้า ซีเคว้นอีกอย่างนึงที่ผมสนใจ

ยูเรก้า ( เกือบแล้ว )

เมื่อว่านแผมไปเดินเจออามาคนนึงท่าทางการเดินเค้าค่อนข้างแปลกๆๆ สงสัยท่านคงผิดปรกติที่หัวเข้าแน่เลย
ปริ้ง!! ( มีรูปหลอดไปเกิดขึ้นกลางหัว )ซีเคว้น ชัวร์ ใช่ ต้องใช่แน่ๆๆ มันเป็นอะไรที่พูออยาก ต้องให้เธอแก้ รู้ทั้งรู้ว่าชอบ...........

การเคลื่อนไหวของข้อต่อในขณะก้าวเดิน มันก็เป็นเป็นซีเคว้น ที่มีการทำงานที่ต่อเนื่องกันที่เห็นได้อย่างชัดเจน และมองเห็นและจับต้องได้ จึงสนใจอยากลองทำดูว่า ถ้าเกิดซีเคว้นของการเดินเปลี่ยนแปลงไป หรือขาดหายไปบางช่วง มันจะส่งผลอย่างไรต่อการเดิน

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

เปงเรื่อง



นำมาตัดต่อใหม่ให้เป็นเรื่องราวที่สั้นลง เพื่อเป็นส่วนช่วยบิ้วอารมณ์ผุ้ชมให้รู้สึกอินไปกับภาพยนต์
แต่ก้อย้งคงไม่ใช้เสียงเหมือนเดิมเพื่อตัดองค์ประกอบที่จะส่งผลข้างเคียง

แต่พอทำเป็นเนื้อเรื่องแล้วรุ้สึกว่าถ้าเกิดก็คงจะดีไม่ใช่น้อยมิหนำซ้ำเพื่อเร่งให้เรากลัวมากขึ้นไปอีก

ซีเคว้นที่ยืดและหดในบางเฟรมนั้นบางครั้งมันก็ไม่ส่งผลอะไรเลยแต่ผมว่าถ้าเกิดจะช้าก็ต้องช้าผิดปรกติ
จะเร้วก็เร็วผิดปรกติ
อย่างไงก็ตามการสะดุด และ การซ้ำกัน ทำให้เกิดซีเคว้นใหม่

ka lorrrrrrr



เสียง จะว่าไปแล้วเป้นส่วนหนึ่งเลยละที่จะทำให้เรารู้สึกกล้วมากขึ้นเวลาดูหนังผี ผมเลยทอลองตัดเสียงออกไป
ถ้าซีเคว้นเกิดซ้ำกันขึ้นมา หรือ ยืดยาวออกไป จะส่งไงกับความรู้สึกที่มีต่อหนังผี

ถ้าซีเคว้นเกิดกการยืดหรือหดตัว ส่งผลค่อนข้างน้อย แต่การสะดุดนี่ส่งผลพอควรให้ดูว่าเป็นเรื่องตลกไป

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ขงลุก และ ขาสั่งงง


มีคนบอกผมว่า ถ้าอยากรู้หรอว่าซีเคว้นของอาการกลัว ผี เป็นไง ” มึงก็ลองไปยืนในป่าช้าดูดิ ”

ความคิดพิเรนที่แตกออกมาคำหยอกล้อกัน เลยเริ่มรู้สึกอยากลองขึ้นมาแล้วสิ เลยหาสุสานที่ใกล้บ้านที่สุดเพื่ออำนวยทางในการกลับบ้านอย่างรวดเร็วที่สุด
แล้วเราก็พบเป้าหมายแล้ว

สุสานแถวซ่องนนทรี
นาที่ที่ไปถึงก้อเฉยๆ เพราะไปถึง 6.00 น ดันไปหาไรกินก่อนเลยเถิดไปเกือบทุ่มพี่ที่คุมเค้าก็จะไม่ให้เข้า
ไอ้เราก้ออยาก พี่เค้าก็ว่าไอ้พวกลองของ เถียงกันอยู่ยกใหญ่ แต่ก็ได้อธิบายให้พี่เค้าฟังเค้าก็เข้าใจ สรุป ไป

จากเมื่อกี้อารมณ์กำลังเดือดๆ แต่ พอพี่เค้าจากไปรู้สึกได้ทันทีเลยว่าโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก ไม่กล้าที่จะเดินไปไหน
อยากหลับตา แต่ก็กลัวว่าลืมตาแล้วจะเจอออออ….อยู่ตรงหน้า อยากมองไปรอบบบบบบ แต่ก็กลัว ไม่อยากแม้จะมองตนไม้
ลมก็เย็น เริ่มไม่ไหวและ กลัวไปทุกอย่าง ยืนได้ 5 นาที หัวใจเริ่มเต้นแรงอยากจะวิ่งหนี คิดไว้ เพื่องาน เพื่องาน งาน งาน
แล้วสุดท้ายก็ วิ่ง ไม่ไหวอะ…..น่ากลัวไป

แล้วพอออกมาผมลองมาคิดเรื่องอาการของความกลัวเป็นซีเค้วนที่ กระจัดกระจาย แต่จะมีจุดเริ่มอยู่ที่ องค์ประกอบ รอบข้างในขณะนั้น จะเป็นตัวคอยผลักดันให้เราเกิดอาการกลัวขึ้นมา แต่โดนยุงกัดมากจะทำให้ไม่กลัวนะ เพราะคันแทน พอยุงกัดเราเลยเบนความสนใจมาที่รอยยุงกัด เลยละความสนใจเรื่องอาการกลัวผีไปได้ชั่วขณะ
ดังนั้น ยุง ทำให้ไม่กลัวผี (55)

แล้วถ้า

เราไปจับลำดับความกลัวขึ้นมาล่ะ โดยการทำให้สิ่งที่เรามองต่างๆชัดเจนขึ้น(ในหนัง)แทนที่หนังผีจะตัดภาพให้ดูน่ากลัวลึกลับ

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

มาแว้วววววววววว



ช่วยด้วยยยยยยย..........
มีใครรู้มั้งว่าถ้าเราเอไฟล์ vdo จากแผ่น cd มาแล้วจะแปลง
ไฟล์ให้ไปตัดต่อได้ต้องใช้โปรแกรมอะไร ........







ตอบถูกรับไปเลย ล้านเยนนนนนน..

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ความกลัวเริ่มคลอบงำ......Comdesign 5



ณ อังคารที่ผ่านมา.......
พรีเซ้นในห้องไปโดน ยิ่งกคำถามใส่อย่างกระหน่ำซัมเมอร์เซล ซึ่งในตอนนั้นก็พอรู้และว่าถ้าอาจารย์ถามมาเราต้องตอบแบบงงแน่เพราะไม่รู้จาเริ่มจากตรงไหน( สับสนกับตัวเอง ) ณ บัดเองนั้น เริ่มรู้สึกถึงอาการตอบสนองแปลกๆปากก็สั่น มือก้อเย็นแต่ข้องในตัวร้อนซะมัด คำถามก็มาเรื่อยๆ เราเองก็เริ่มคิดช้าลงๆ ( เพราะตอบไม่ได้ )แต่สิ่ง
ทำให้กลัวมากที่สุดคือ สายตาที่กำลังเพ่งเล็งมาอย่างไม่กระพิบ พร้อมกับบรรยากาศเงียบวงบแต่ปลกคลุมไปด้วยกลิ่นไอ้ของความงง เลยยิ่งทำให้กลั่วและสับสนไปกันใหญ่ ทำไงดีน้า...... ทำไรไม่ถูกเลยยยยยยยยย .................. อย่างนี้ต้อง รื้อฟื้นนนนนน

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2550

Maga Project...comdesign 5

SEQUENCE
: ของช้านน....
: ความกลัว

“ ความรู้สึกกดดันจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง
หรือเป็นจินตนาการเท่านั้นความกลัวชนิดหนึ่ง
คือ การตอบสนองต่ออันตรายที่จะเกิดขึ้นจริงๆ
หรืออีกชนิดหนึ่งคือเป็นสิ่งที่ผิดปรกติเป็น
ความรู้สึกที่ทำลายเมื่อมีความกลัวต่อ
ความเจ็บปวด หรืออันตรายหรือสิ่งเลวร้าย
เป็นเพียงแต่จินตนาการเท่านั้น

วิธีไล่ความกลัวให้หมดไป
- สร้าความเชื่ออย่างเต็มที่ ในสิ่งที่ตนเองยึดเอาเป็นที่พึ่ง
- ให้เชื่อถือในพระที่คอว่าไล่ผีได้ ก็จะเกิดความศรัทราและเลื่อมใสไปเอง
- ส่งใจไปเสียในที่อื่น ผูกมัดไว้กับสิ่งอื่น
- อย่างเช่น เวลาเมารัก บ้าเลือด เหล่านี้ จะไม่มีความกลัวผี กลัวเสือ กลัวเจ็บ
- ตัดต้นเหตุของความกลัว นั้นๆเสีย
- ทำลายอุปทาน ให้แหลกสลายลงไป
- พยายามเพียงบรรเทาต้นเหตุให้เบาบางลง
……………………………………………………………………………………………

Project : Sequence
ความกลัว --- ตัดต้นเหตุของความกลัว

ความวิตกเป็นอีกความหมายหนึ่งของความกลัว เป็นคำที่จะใช้อธิบายอารมณ์หลายๆแบบ
อย่างกว้างๆ เป็นลักษณะความกลัวแบบอ่อนๆ ความวิตกอาจเกิดจากอันตรายที่ จะเกิดขึ้น
จริง หรือจากจินตนาการเท่านั้น

: ความกลัวที่เป็นจินตนาการ
เด็กๆสร้างภาพของสิ่งที่น่ากลัวขึ้นในใจ ตามที่ผู้ใหญ่นำมาขู่ หรือได้ยินเขาเล่าเรื่องอันน่ากลัว เกี่ยวกับผีเป็นต้น สืบๆกันมาแล้วก็กลัวอาจริงๆจนเป็นผู้ใหญ่ความกลัวนั้นก็ไม่หมดสิ้นไป ความกลัว เป็นสัญชาตญาณอันหนึ่งของมนุษย์หมือนกันหมด แต่ว่าวัตถุที่กลัวนั่นแหละต่างกัน ตามแต่เรื่องราว
ที่ตนรับเข้าไว้ภายในสมอง วัตถุอันเป็นที่ตั้งของความกลัว ที่กลัวกันเป็นส่วนมากนั้นโดยมากหาใช่วัตถุ
ที่มีตัวตนจริงจังอะไรไม่ มันเป็นเพียงสิ่งที่ใจสร้างขึ้นสำหรับกลัวเท่านั้นส่วนที่เป็น ตัวตนจริงๆนั้นไม่ได้ ทำให้เรากลัวนานหรือมากเท่า สิ่งที่ใจสร้างขึ้นเองมันมักเป็นเรื่องเป็นราวลุล่วงไปเสียในไม่ช้านักบางที เราไม่ทันนึกกลัวด้วยซ้ำไปเรื่องนั้นก็ได้ มาถึงเราเป็นไปตามเรื่องของมันและผ่านพ้นไปแล้วมันจึงมิได้ ทรมานจิตของมนุษย์มากท่าเรื่องหลอกๆที่ใจสร้างขึ้นเอง

: ตัดต้นเหตุของความกลัว นั้นๆเสีย
- ทำลายอุปทาน ให้แหลกสลายลงไป
- พยายามเพียงบรรเทาต้นเหตุให้เบาบางลง

: ประเภทสื่อที่จะนำเสนอ
: สื่อสิ่งพิมพ์

วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2550

SEQUENCE MOVIE

SEQUENCE MOVIE
………………………………………………………………………

Whale Rider
Directed : NIKI CARO
Product : TIM SANDERS
Editor : DAVIC COOLSON
………………………………………………………………………


“ Whale Rider ” เสนอเนื้อหาของชนเผ่าเมารี ซึงเป็น
เรื่องราวของการหาผู้สืบทอดพิธีกรรม การขี่หลังปลาวาฬ
ซึ่ง ชนเผ่าเมารีนี้เองที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจเพราะตาม
ส่วนต่างๆของร่างกานนั้นจะมีรอยสักที่เป็นลวดลายที่สวยงาม
ลวดลายเล่านี้ยังคงมีความหมายต่อที่สำคัญต่อพวก
เค้าลายสักตามร่างกายส่วนใหญ่ จะบ่งบอกถึงชนชั้นหรือ
ยศถาบรรดาศักดิ์ ลวดลายส่วนใหญ่นั้นได้แรงบรรดาลใจ
ออกมาจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเราซึ่งเป็นความเชื่อมาตั่งแต่
สมัยโบราณแล้วได้นำมาเป็นสัญลักษณ์ เพื่อบ่งบอกถึง
ระดับและอำนาจ

“ Whale Rider ” เป็นเรื่องเราของชนเผ่าเมารีที่ได้เกิด
เหตุการณ์ขึ้นกับห้วหน้าเผ่าที่มีหน้าที่หาผู้สืบทอดพิธีกรรม
การขี่หลังปลาวาฬ แต่ลูกของหัวหน้าเผ่าออกมา เป็น
ผู้หญิงซึ่งผิดต่อพิธีกรรม เธอพยานดิ้นรนทุกอย่างเพื่อให้ปู่
ของตนยอมรับ ดูเหมือนทุกอย่างจะเลือนลางมีเพียงแต่
ปฏิหาริย์และลิขิตจากห้วงมหาสมุทรได้นำพาให้เกิด
เหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อว่าเด็กผูหญิงตัวเล็กๆคนนึง
ที่มีแต่ความหวังและแรงศรัทรา ที่ติดตวมาตั่งแต่แรกเกิด
เธอพยายามทุกวิธีทาง เพื่อให้ปู่ของตนเอยอมรับในตัวเธอที่เป็นผู้หญิง
และพร้อมที่จะเป็นผู้สือทอดพิธีกรรมต่อไป

“ Whale Rider ” ในมุมมองที่เป็น SEQUENCE ที่อยู่
ภายใต้กรอบของการหาผู้สืบทอดพิธีกรรมการขี่หลังปลาวาฬ มีข้อกำหนดว่า
ต้องเป็นเด็กผู้ชาย Link คือความหวังและแรงศรัทรา ในเเรื่องของพิธีกรรม
และความเชื่อที่มีมาตั่งแต่เมื่อลืมตาเกิดขึ้นมาที่เป็นตัวทำให้เรื่อง
“ Whale Rider ” ดำเนินตั่งแต่เริมต้นจนจบ แต่ เรื่องนี้เป็น SEQUENCE
ที่ไม่สมบูรณ์ เพราะภายใต้กรอบของการหาผู้สืบทอดพิธีกรรมการขี่หลังปลาวาฬ
มีข้อกำหนดว่าต้องเป็นเด็กผู้ชาย เท่านั้นที่จะสามารถสืบทอดพิธีกรรมนี้ได้
จะได้ไม่ผิดกับธรรมเนียมโบราณ แต่ได้กลับกลายมาเป็นว่า เด็กสาวตัวเล็กๆที่ชื่อ ไพ
เธอได้ถูกลิขิตแล้วจากห้วงมหาสมุทร ให้เป็น ผู้ที่สืบทอดพิธีกรรมการขี่หลังปลาวาฬของบุรุษชนเผ่าเมาลี

………………………………………………………………………

SEQUENCE

SEQUENCE
: ของช้านน…….

SEQUENCE
ตามความหมายของ Dictionary หมายถึง
1.[C] a number of things (actions, events, etc) that happen or come one after another
2.[U] the order in which a number of things happen or are arranged
.....................................................................................
การต่อเนื่องกัน, ตอนที่ต่อเนื่องกัน, ลำดับเหตุการณ์, ลำดับ, ขั้นตอน, การเรียงลำดับ
………………………………………………………………………
ผมลองใครควรและคิดว่า SEQUENCE คือ การเรียงลำดับที่มีขั้นตอนที่มีความต่อเนื่องกัน ซึ่งจะมีกรอบคอยคุมคุม SEQUENCE แต่ละ SEQUENCE และมี Link เป็นตัวเชื่อม ที่คอยให้ความต่อเนื่องกันของแต่ละ SEQUENCE ไหลลื่นและสมบูรณ์มากขึ้น
………………………………………………………………………

ความแตกต่างระหว่าง Series และ Sequence

Series : ความต่อเนื่องที่แต่ล่ะช่วงขาดความสมบูรณ์ในตัวเอง จึงต้องดูจนจบถึงจะรู้เรื่อง ( ซาดองโย , โฮจุน , แดจังกึม )

Sequence : ความต่อเนื่องที่แต่ล่ะช่วงมีความสมบูรณ์ในตัวเอง, มีความเป็นเอกเทศก์ในตัวเอง ได้ต้องดูทั้งหมดแต่เพียวแค่ดูภาคเดียวก็รู้เรื่อง ( Private ot the caddiean , The Load of The ring )


ความแตกต่างระหว่าง Random และ Sequence

Random : ไม่มีการเลือกหรือการตัดสินใจ, ไม่มีอคติ, เดาสุ่ม
 ( เหมือนตอนที่เราหยิบบุหรี่ออกจากซอง เราเปิดแล้วยิบเลย )
Sequence : มีการเลือกหรือการตัดสินใจ ( อย่างการซื้อของใช้ต่่างๆ มันจะถูกกำหนดขึ้นจากกรอบก่อนแล้วค่อยออกไปซื้อ )
………………………………………………………………………

สรรวค์กลางอ่าวที่…เกาะล้าน



สรรวค์กลางอ่าวที่…เกาะล้าน
การเดินทางไปเกาะล้านเป็นการเดินทางแบบสายฟ้าแลบประเภทบอกวันนี้ไปพรุ้งนี้ไปแต่มีใบเบิกทางที่มีเหตุผลหนักแน่นอยู่พอควรคือ ไปดูสถานที่
รับน้อง วันแรกที่ปถึงพอเจอกันครบตั่งแต่ปี 2-4 เกือบ 30 คน ก็พอเดาออก
แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ไม่นานพอถึงที่พัก ทานข้าวยังกินไม่ทันเสร็จเลยมีน้องวิ่งเอาแก้วซ๊อดมา
ให้กินไอ้แก้วแรกๆก็อร่อยดีอยู่หรอกแต่ทำไมโดนไปซัก 3 เริ่มรู้สึกถึงรสชาติ
ที่ ปะแล่ม ปะแล่ม แต่ก็เอาแล้ว เพื่อรักษานำ้ใจรุ่นน้อง ก็เติมไปเรื่อยๆน้องทำ
เอามาให้ก็กิน กินกันทั้งคืน รู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้วแต่ละคนสภาพที่เห็น อุบาต หนัก นมจนกองอวกมั่ง นอนกินผมตัวเอง (ใครไม่รู้) ต่างๆนานา สรุปคืนแรกที่
มาถึงก็ยุ่ยกันหมด
ย่างเข้าวันที่ 2 ตกลงกันว่าจะไปไดหมึกกันตอนกลางคืนถ้า ไปกันหมดต้องใช้เรือ 2 ลำ ก็มีคนที่เสียสละให้คนที่ไม่เคยไปเพราะคิดว่าถ้า
ออกไป 2 ลำกลัวว่าจะไม่สนุกเลยไปเพียง 1 ลำ ( ไปกัน 20 คน จะบ้าตาย)
ผมเป็นคนลงเรือคนสุดท้ายเพราะรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นการเปลี่ยน
แปลงของเรื่อตั่งแต่ น้องๆลงเรื่อไปแล้วสิบกว่าคนเรือริ่มเอน ไปทางคนที่
อยู่กันเป็นกลุ่ม มือไม้เริ่มสั่นไร้เรี่ยวแรง เหงื่อก็ออกปะปนมากับอาการขนลุก
กว่าจะก้าวเท้าลงเรื่อได้นั้นใช้เวลานานพอสมควรในการตั่งสติและทำใจ เสียง
วูบๆของน้ำทะเลที่นิ่งสงบแต่ดูเหมือนมีอะไรบางอย่างเคลื่นไหวอยู่ภายใต้ผืนน้ำที่มืดสนิท มีแต่แสงของดวงจันทร์ที่สาดส่องมาเท่านั้น อาการของความกลัว
เริ่มทวีคูณหนักขึ้นและดูเหมือนทุกคนก็เป็นเหมือนกันเพราะเบื่อหน้าที่เราเห็นอยู่คือท้องฟ้าที่ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่เหมือนมีพายุฝน แต่เรื่อยังคงแล่นต่อไป
จนถึงที่หมาย ความกลัวเริ่มเลือนหายไปกลับถูกแทนที่ด้วยเสียงตะโกน
โวยวายเออกอาการดีใจเมื่อมี ปลาหมึกขึ้นมาบนเรือตัวแรก จำได้ว่าปลา
หมึกที่สดๆๆจิ้มน้ำจิ้มมันช่าง หวาน กรอบ ไม่มีคำใดๆที่จะสามารถอาธิบายได้
ต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเองแต่ถ้าให้ดีก้อชวนเพื่อนลงเรื่อไปด้วยซัก 20 คนแล้วจะเข้าใจความรู้สึกที่เกินคำบรรยาย แล้วสัญญาได้เลยว่าคงไม่มีรอบ 2 แล้ว เพราะมันเป็นความทรงจำที่เตือนใจไปตลอดว่า คิดอะไรถึงออกไป
กลางทะเลกลางดึกเสียตังไปคนละ 200 บาท ได้ปลายมึกมา สิบกว่าตัว
ไปซื้อที่ตลาดจะคุ้มกว่ามั้ย น้า………..
เช้าวันที่ 3 เป็นวันที่เดินทางกลับตั้งแต่วันแรกที่มาถึงจนถึงวันนี้ทุกคน
ไม่มีใครเอ่ยเรื่องงานรับน้องเลย ( เป็นไปตาคาด ) แต่อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าแค่เรา
ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันซัก 2-3 วัน ก็ได้ลดช่องว่างระหว่างรุ่นน้องกับรุ่นพี่
ไปเยอะเหมือนกัน ที่รู้ๆ น้ำทะเลที่ เกาะล้าน ใสจนเห็น…………..เลย