วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ขึ้นฝั่งแล้ว.......เริ่มกันใหม่

หลังจากที่ได้อยุ่กลางทะเลที่เคว้งคว้างบนเรือไดปลาหมึกมาระยะใหญ่ตกปลาหมึกได้ 2-3 ตัว เริ่มรู้สึกว่า ความกลัว
มันน่ากลัวสมชื่อจริงๆ มั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนจับต้องไม่ได้ สุดท้ายงานผมเลยจับต้องไม่ได้เป็นความกลัวสมชื่อจริงๆ
(พอ พอ แล้วว )

ก้าวแรกบนฝั่งนั้นเห็น ซีเคว้น มาแต่ไกลเลยแต่ความนี่ดีเลยเพราะไต๋กงคนที่ช่วยไม่ให้ตกเรือ แถมยังบอกจุดเริ่มของแผนที่บนบกด้วย ทั้งที่มันอยู่ใกล้ตัวแท้ๆแต่นไม่นำมาทำงาน

คนส่วนใหญ่รวมทั้งผมเองนั่นทุกทั้งที่ถ่ายภาพจะต้องมีซักอย่างที่เราเห็นแล้วเกิดแรงดึงดูด มีความชอบส่วนตัว
มันมีความหมาย หรืออะไรต่างๆนาน พอเราพบสิ่งที่เป็นแรงจูงใจแล้วเราก็จะหยิบกล้องขึ้นมาแล้ว ปรับโน่น ปรับนี่ ตามแต่กล้องของแต่และรุ่น แล้วก็ถ่ายถ้าเป็นดิจิตอลก็ดูว่าชอบมั้ยถูกใจป่าว ถ้ายังไม่โดนก็ถ่ายใหม่ ส่วนผมก่อนถ่าย
จะคิดไว้ว่าต้องการให้ภาพออกมาเป็นอย่างไง แล้วก็จะพยายมถ่ายใหม่ใกล้เคียงกับภาพที่เราคิดไว้ และคิดเผื่อไป
ถึง การแต่งภาพว่าเราควรถ่ายอย่างไงให้เราแต่งภาพได้อย่างที่เราต้องการ

แต่ถ้า ซีเคว้น ของการถ่ายรูปเปลี่ยนไปละ ................................................
........................................................... ติดตามต่อฉบับหน้า ก้าบ

ไต๋กงเรือ ..............ช่วยไว้ได้

วันนี้ตั้งแต่เช้า แล้วรู้สึกปะแล่มปะแล่ม งานที่ทำมาทั้งคืนก้อโหลดไม่ได้ เตรียมใจไว้แต่แรกแล้วว่าวันนี้คง ต้องสละเรือไดหมึกแล้ว แต่ทันใดนั้น เหมือนฟ้ายังมีดาว ประเทศลาวยังมีข้าวเหนียว ในกระทะมีไข่เจียว ใน blog ช้านมีแต่ รูป

รูปที่ถ่ายมาได้เกิด ปฏิหาร ยิ่งกว่า จาตุคาม แถวท่าช้างอีก อาจารย์ เล็งเห็นและชื้แนวทางการคิดใหม่ ( สรุปความกลัวที่ปล้ำกันมาตั่งแต่ออกเรือไปไดปลาหมึก ต้องโยนทิ้งทะเลไป แถมไต๋กงเรือยังช่วยเกี่ยวตัว ไม่ให้ตกทะเลยอีก
ถ้าไต๋กงไม่เกี่ยวไว้ อีกไม่นานคงโคนคลื่นพลัดตกเรื่อยอยุ่ดีอะ ก้อดีแล้วละเพราะเริ่มรู้สึกทำไปเรื่อยๆมันตันๆๆไงก้อไม่รู้ ไอ้ความกลัวเนี่ย มันจับต้องไม่ได้ จิงๆๆ )

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

อา .......... ซีเคว้นโครงการ 2

โครงการแรกเรื่องซีเคว้นของความกลัวทำไปทำมาเริ่มรู้สึกทะแม่งทะแม่ง ทำไปทำ เริ่มไม่ใช่ละ เรากำลังเข้าใจผิดแน่เลย ท่าทางคงอาจโดนไต๋กงเรีอถีบตกทะเล เป็นแน่แท้
ละแล้วก็ได้พบกับ ไอเดีย ของซีเคว้น ที่เกี่ยวกับข้อต่อของการเดิน เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ทำมันทั้ง 2 อันเนี่ย และ (แต่เราจะไหวไม้น้า)

ซีเคว้นข้อต่อการเดิน


เมื่อวานได้คุยกับพี่สาวตัวเอง(ที่อยู่บ้านเดียวกีนแต่ไม่ได้เจอกันเท่าไหร่)ถามถึงเรื่อง ซีเคว้นของการเดินที่มีการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน แล้วถ้าเกิดซีเคว้นของการเดินเกิดการเปลี่ยนแปลงไปละ ถ้าลำดับมันถูกเปลี่ยน หรือ มันขาดหายไปบางช่วง จะยังทำให้การเดินนันนั้นสมบูรณ์อยู่หรือป่าว
ผลพลอยได้
พี่บอกว่า ถ้าเกิดเราจัดลำดับซีเคว้นใหม่ หลังจากที่เห็นความผิดปรกติของซีเคว้นเดิมแล้ว ลักษณะท่าทางการเดินที่
เราได้จัดลำดับใหม่ นั้นจะเป็นต้นแบบในการออกแบบท่าทางให้ผู้ป่าวได้กายภาพบำบัดกันเพื่อฟื้นฟูร่างกายผู้ป่ายเอง

โครงการ 2 อ่า



เริ่มละน้า ซีเคว้นอีกอย่างนึงที่ผมสนใจ

ยูเรก้า ( เกือบแล้ว )

เมื่อว่านแผมไปเดินเจออามาคนนึงท่าทางการเดินเค้าค่อนข้างแปลกๆๆ สงสัยท่านคงผิดปรกติที่หัวเข้าแน่เลย
ปริ้ง!! ( มีรูปหลอดไปเกิดขึ้นกลางหัว )ซีเคว้น ชัวร์ ใช่ ต้องใช่แน่ๆๆ มันเป็นอะไรที่พูออยาก ต้องให้เธอแก้ รู้ทั้งรู้ว่าชอบ...........

การเคลื่อนไหวของข้อต่อในขณะก้าวเดิน มันก็เป็นเป็นซีเคว้น ที่มีการทำงานที่ต่อเนื่องกันที่เห็นได้อย่างชัดเจน และมองเห็นและจับต้องได้ จึงสนใจอยากลองทำดูว่า ถ้าเกิดซีเคว้นของการเดินเปลี่ยนแปลงไป หรือขาดหายไปบางช่วง มันจะส่งผลอย่างไรต่อการเดิน

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

เปงเรื่อง



นำมาตัดต่อใหม่ให้เป็นเรื่องราวที่สั้นลง เพื่อเป็นส่วนช่วยบิ้วอารมณ์ผุ้ชมให้รู้สึกอินไปกับภาพยนต์
แต่ก้อย้งคงไม่ใช้เสียงเหมือนเดิมเพื่อตัดองค์ประกอบที่จะส่งผลข้างเคียง

แต่พอทำเป็นเนื้อเรื่องแล้วรุ้สึกว่าถ้าเกิดก็คงจะดีไม่ใช่น้อยมิหนำซ้ำเพื่อเร่งให้เรากลัวมากขึ้นไปอีก

ซีเคว้นที่ยืดและหดในบางเฟรมนั้นบางครั้งมันก็ไม่ส่งผลอะไรเลยแต่ผมว่าถ้าเกิดจะช้าก็ต้องช้าผิดปรกติ
จะเร้วก็เร็วผิดปรกติ
อย่างไงก็ตามการสะดุด และ การซ้ำกัน ทำให้เกิดซีเคว้นใหม่

ka lorrrrrrr



เสียง จะว่าไปแล้วเป้นส่วนหนึ่งเลยละที่จะทำให้เรารู้สึกกล้วมากขึ้นเวลาดูหนังผี ผมเลยทอลองตัดเสียงออกไป
ถ้าซีเคว้นเกิดซ้ำกันขึ้นมา หรือ ยืดยาวออกไป จะส่งไงกับความรู้สึกที่มีต่อหนังผี

ถ้าซีเคว้นเกิดกการยืดหรือหดตัว ส่งผลค่อนข้างน้อย แต่การสะดุดนี่ส่งผลพอควรให้ดูว่าเป็นเรื่องตลกไป

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ขงลุก และ ขาสั่งงง


มีคนบอกผมว่า ถ้าอยากรู้หรอว่าซีเคว้นของอาการกลัว ผี เป็นไง ” มึงก็ลองไปยืนในป่าช้าดูดิ ”

ความคิดพิเรนที่แตกออกมาคำหยอกล้อกัน เลยเริ่มรู้สึกอยากลองขึ้นมาแล้วสิ เลยหาสุสานที่ใกล้บ้านที่สุดเพื่ออำนวยทางในการกลับบ้านอย่างรวดเร็วที่สุด
แล้วเราก็พบเป้าหมายแล้ว

สุสานแถวซ่องนนทรี
นาที่ที่ไปถึงก้อเฉยๆ เพราะไปถึง 6.00 น ดันไปหาไรกินก่อนเลยเถิดไปเกือบทุ่มพี่ที่คุมเค้าก็จะไม่ให้เข้า
ไอ้เราก้ออยาก พี่เค้าก็ว่าไอ้พวกลองของ เถียงกันอยู่ยกใหญ่ แต่ก็ได้อธิบายให้พี่เค้าฟังเค้าก็เข้าใจ สรุป ไป

จากเมื่อกี้อารมณ์กำลังเดือดๆ แต่ พอพี่เค้าจากไปรู้สึกได้ทันทีเลยว่าโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก ไม่กล้าที่จะเดินไปไหน
อยากหลับตา แต่ก็กลัวว่าลืมตาแล้วจะเจอออออ….อยู่ตรงหน้า อยากมองไปรอบบบบบบ แต่ก็กลัว ไม่อยากแม้จะมองตนไม้
ลมก็เย็น เริ่มไม่ไหวและ กลัวไปทุกอย่าง ยืนได้ 5 นาที หัวใจเริ่มเต้นแรงอยากจะวิ่งหนี คิดไว้ เพื่องาน เพื่องาน งาน งาน
แล้วสุดท้ายก็ วิ่ง ไม่ไหวอะ…..น่ากลัวไป

แล้วพอออกมาผมลองมาคิดเรื่องอาการของความกลัวเป็นซีเค้วนที่ กระจัดกระจาย แต่จะมีจุดเริ่มอยู่ที่ องค์ประกอบ รอบข้างในขณะนั้น จะเป็นตัวคอยผลักดันให้เราเกิดอาการกลัวขึ้นมา แต่โดนยุงกัดมากจะทำให้ไม่กลัวนะ เพราะคันแทน พอยุงกัดเราเลยเบนความสนใจมาที่รอยยุงกัด เลยละความสนใจเรื่องอาการกลัวผีไปได้ชั่วขณะ
ดังนั้น ยุง ทำให้ไม่กลัวผี (55)

แล้วถ้า

เราไปจับลำดับความกลัวขึ้นมาล่ะ โดยการทำให้สิ่งที่เรามองต่างๆชัดเจนขึ้น(ในหนัง)แทนที่หนังผีจะตัดภาพให้ดูน่ากลัวลึกลับ

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

มาแว้วววววววววว



ช่วยด้วยยยยยยย..........
มีใครรู้มั้งว่าถ้าเราเอไฟล์ vdo จากแผ่น cd มาแล้วจะแปลง
ไฟล์ให้ไปตัดต่อได้ต้องใช้โปรแกรมอะไร ........







ตอบถูกรับไปเลย ล้านเยนนนนนน..

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ความกลัวเริ่มคลอบงำ......Comdesign 5



ณ อังคารที่ผ่านมา.......
พรีเซ้นในห้องไปโดน ยิ่งกคำถามใส่อย่างกระหน่ำซัมเมอร์เซล ซึ่งในตอนนั้นก็พอรู้และว่าถ้าอาจารย์ถามมาเราต้องตอบแบบงงแน่เพราะไม่รู้จาเริ่มจากตรงไหน( สับสนกับตัวเอง ) ณ บัดเองนั้น เริ่มรู้สึกถึงอาการตอบสนองแปลกๆปากก็สั่น มือก้อเย็นแต่ข้องในตัวร้อนซะมัด คำถามก็มาเรื่อยๆ เราเองก็เริ่มคิดช้าลงๆ ( เพราะตอบไม่ได้ )แต่สิ่ง
ทำให้กลัวมากที่สุดคือ สายตาที่กำลังเพ่งเล็งมาอย่างไม่กระพิบ พร้อมกับบรรยากาศเงียบวงบแต่ปลกคลุมไปด้วยกลิ่นไอ้ของความงง เลยยิ่งทำให้กลั่วและสับสนไปกันใหญ่ ทำไงดีน้า...... ทำไรไม่ถูกเลยยยยยยยยย .................. อย่างนี้ต้อง รื้อฟื้นนนนนน